สิ่งที่ควรและไม่ควรทำถ้าอยากร่ำรวย

ความฝันของใครหลายๆคนความฝันของใครหลายๆคนคืออยากมีเงิน อยากร่ำรวยหรือมีอิสระทางการเงิน อยากจะซื้ออะไรก็ซื้อได้

แต่ว่าการทำงานประจำรับเงินเดือนเพียงแค่ธรรมดานั่นย่อมไม่เพียงพอที่จะไปถึงจุดนั้นได้ เพราะฉะนั้นพวกเราจึงเสนอทางเพื่อให้ผู้อ่านได้ลองนำไปใช้ดู
1.
เงินทุน ถ้าอยากมั่งคั่งก็ต้องค้าขายหรือทำธุรกิจอะไรสักอย่าง แม้กระนั้นสิ่งฐานรากที่ห้ามให้ขาดเลยเด็ดขาดเลยเวลาจะเริ่มทำอะไรเป็นเงินทุนนั่นเอง การที่จะได้รับเงินทุนก้อนใหญ่เพื่อมาทำธุรกิจนั้นหาได้จากนานัปการทางอย่างเช่น วิธีง่ายๆเลยเป็นการออมเงินจากเงินเดือนงานประจำ เก็บหอมรอมริบเดือนละ 30-50% สัก ถึง ปี ก็อาจจะเพียงพอในการทำธุรกิจขนาดเล็กได้ สมมุติเงินเดือน 30,000 บาท เก็บออมเดือนละ 50% ตรงเวลา ปี ก็จะมีเงินทุนประมาณ แสนบาท(อาจจะมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับแนวทางออมแล้วก็เอาเงินจำนวนนี้มาลงทุนในธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งยุคนี้มีตัวเลือกให้ทำมากมายเลยทีเดียว เช่น ร้านกาแฟ ร้านอาหารตามสั่ง หรือรับสินค้ามาขายต่อ ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละบุคคล
2.
ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนการลงทุน การลงทุนมีการเสี่ยง ควรศึกษาค้นคว้าข้อมูลให้ดีก่อนลงทุน คำนี้หลายคนอาจจะได้ยินบ่อยมากแต่ยังคงใช้ได้เสมอ เพราะเหตุว่าไม่มีการลงทุนไหนที่จะบรรลุเป้าหมายมั่นใจ 100% เพราะฉะนั้นเราต้องศึกษาข้อมูลการลงทุนนั้นๆอย่างละเอียดซะก่อนเพื่อลดการเสี่ยงที่การลงทุนจะล้มเหลว ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากอยากลงทุนเปิดร้านกาแฟหรือห้องอาหารตามสั่ง น่าจะศึกษาเล่าเรียน ความต้องการและกำลังซื้อของลูกค้าให้รอบๆนั้นว่ามีพอเพียงไหม ถ้ามีลูกค้าที่ทานกาแฟอยู่บริเวณนั้น 100 คนแต่มีร้านกาแฟอยู่แล้ว ร้านค้า พวกเราก็ควรที่จะหาสถานที่ใหม่ที่มีความต้องการของลูกค้าพอเพียง หรือตรวจความชื่นชอบหรือแนวโน้มว่าผู้ในรอบๆนั้นพอใจในของกินอะไร ถ้าหากสอบถามจากคน 100 คน ว่าถูกใจทานอาหารญี่ปุ่นหรือไม่ ถ้าหากมีคนตอบว่าถูกใจสัก 50 คน แต่แถวนั้นไม่มีห้องอาหารประเทศญี่ปุ่นเลยก็คุ้มต่อการลงทุน
3.
ทำบัญชีรายได้รายจ่าย การทำบัญชีนั้นช่วยในด้านดีหลายทาง อย่างเช่น ช่วยให้เราคิดแผนได้ เพราะมีตัวเลขอ้างอิงได้ว่าควรจะทำธุรกิจไปทางไหน เช่น ถ้าเกิดทำบัญชีห้องอาหารตามสั่งจะทราบได้ว่า ทุกๆวันซื้อ หมู ไก่ มาวันละกี่บาท แล้วก็ซื้อมาน้ำหนักมากแค่ไหนหากว่า อาทิตย์ก่อน ซื้อหมูมาทั้งหมดทั้งปวงรวม 20 กก. ไก่ 20 กิโล แม้กระนั้น ขายเนื้อหมูได้ทั้งสิ้นแต่เนื้อไก่เหลืออยู่ กิโลกรัมเพราะฉะนั้นอาทิตย์ต่อไปก็ตกลงใจได้ง่ายดายกว่าเดิมด้วยการซื้อเนื้อหมูเพิ่มเล็กน้อย แต่ลดปริมาณเนื้อไก่ลง

Author: Dawn Mason